iTopPlus1035766123435
iTopPlus17293660784
iTopPlus253512917305


การดำเนินงานขึ้นทะเบียนผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ที่ใช้รองรับสินค้าต่าง ๆ ที่จะส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ เป็นการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาสินค้าไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ หรือ ส่งไปแล้วถูกตีกลับ หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าหลายเท่าตัว โดยจัดทำวิธีการตรวจสอบประเมินการกำจัดศัตรูพืชที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้สำหรับการขึ้นทะเบียนตลอดจนกำหนดเงื่อนไขหลังจากการขึ้นทะเบียน ทำให้ประเทศไทยสามารถส่งออกสินค้าทุกชนิด ที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ ส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทำรายได้ให้ประเทศมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ โดยออกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขึ้นทะเบียนผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ เพื่อการส่งออก พ.ศ. 2547 กรมวิชาการเกษตร โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรสามารถขึ้นทะเบียนผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ได้ถึง 490 ราย ทั่วประเทศ และยังคงมีผู้ประกอบการอีกหลายร้อยรายที่กำลังพัฒนาตนเอง เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนฯ ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร

การนำไปใช้ประโยชน์
1. ผลจากการดำเนินการ ทำให้การส่งออกสินค้าของประเทศไทยไปจำหน่ายยังประเทศที่ประกาศใช้มาตรการ ISPM No.15 ได้โดยไม่ประสบปัญหาการถูกกักกัน ส่งกลับหรือดำเนินมาตรการกำจัดศัตรูพืช

2. การดำเนินการทำให้ภาคเอกชนมีความตื่นตัว เรื่อง สุขอนามัยพืชแม้ว่าสินค้าที่บรรจุ จะไม่ใช่สินค้าเกษตร เช่น รถยนต์ อะไหล่ คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ เนื่องจากผู้ประกอบการผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ถูกตั้งเงื่อนไขในการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ไม้ของลูกค้า โดยต้องจัดเก็บได้ในที่สะอาดปลอดภัยจากการเกิด Re-infestation

3. ประเทศไทย นอกจากสามารถทำรายได้เข้าประเทศได้จำนวนหลายแสนล้านบาท ยังประหยัดเงินตราจากการที่สินค้าไม่ต้องถูกตีกลับ กักกัน หรือดำเนินมาตรการกำจัดศัตรูพืช ในทางตรงกันข้ามถ้าประเทศไทยไม่ดำเนินการในเรื่องนี้ จะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง ไม่เพียงแต่ขาดรายได้จากการส่งออกเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดภาวะการณ์ตกงานจำนวนหลายแสนคนได้

4. ช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ไม้ได้ เนื่องจากทำการจัดซื้อจากโรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนก็ไม่จำเป็นต้องทำการกำจัดศัตรูพืช โดยการรมยาอีก ตามที่ได้เคยปฏิบัติ